Sculpture-monk

ประติมากรรมพระเมรุมาศงดงามล้ำค่า

พระเมรุมาศนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยส่งให้พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราสู่สรรคคาลัย ทำขึ้นมาจากพลังของช่าง 10 หมู่ เต็มไปด้วยประติมากรรมงดงาม ล้ำค่า เพื่อให้สมแก่พระเกียรติยศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยประกอบไปด้วยบุษบกจำนวน 9 ยอด ซึ่งถูกรับมอบงานโดนกรมศิลปากรที่ใช้บุคลากรยอดฝีมือกว่าร้อยชีวิจ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่วิจิตรตระการตา
โดยรอบพระเมรุมาศนั้นเต็มไปด้วยประติมากรรมรูปปั้นเทวดา ยักษ์ สัตว์หิมพานต์ที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาโดยช่างปั้นของกรมศิลปากร ที่ใส่ทั้งใจ และวิญญาณของช่างลงไป ทำให้ชิ้นดูราวกับว่ามีชีวิตจริง โดยเราจะพบเห็นรูปปั้นเหล่านี้ได้ทั่วรอบตัวอาคารพระเมรุมาศ รวมถึงในด้านล่างที่ทำเป็นสระน้ำจำนวน 7 สระ ซึ่งจะประกอบไปด้ววยรูปปั้น กินร นาคปักษิณ พญานาค นาคา ช้าง (วารีกุญชร กรินทปักษา คังไคยหัตถี) โค (ปักษาคาวี โคกบิล โคหา โคอุสุภราช) ไกสรราชสีห์ (คชสีห์ กาฬสีหะ ติณสีหะ สกุณไกรสร)

Sculpture
นอกจากนี้ก็ยังมีงานที่จิตอาสาที่เข้ามาร่วมอย่างเช่นการขนย้ายสิ่งของ การดูแลความเรียบร้อย บางคนก็แทบทำงานกันไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนเป็นลมกันก็มี แต่ถือว่าทุกคนมีส่วนรวมช่วยกันในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการส่งพ่อหลวงครั้งสุดท้ายให้มีความสมพระเกียรติยศที่สุด ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าภูมิใจที่คนไทยมีความสามัคคีกันช่วยให้งานสำเร็จไปด้วยล่วงด้วยดี
และนอกเหนือจากนี้ก็ยังมีช่างส่วนอื่น ๆ ที่แบ่งไปตามหน้าที่ของช่าง 10 หมู่ ที่มีกลุ่มช่างยอดฝีที่เชี่ยวชาญด้านประติมากรรมและศีลปะของไทย โดยแบ่งออกได้หลายวิชาชีพ เช่นช่างรัก ช่างมุก ชางปั้น ช่างหล่อ ช่างกลึง ชางหยก ชางดีบุก และช่างอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ใช่มีเพียง 10 ช่างเท่านั้น สาเหตุที่ใช้ขื่อช่าง 10 หมู่ โดยไม่เปลี่ยนนั้นก็คือเป็นคำที่ติดหู และรู้จักกันดีอย่างแพร่หลายในประเทศไทย
จึงไม่แปลกที่เหล่าช่างจะได้รับหน้าที่สร้างพระเมรุมาศอันเป็นงานสุดยิ่งใหญ่ที่ชีวิตหนึ่งจะได้ทำ ทุกคนจึงทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจไม่หลับไม่นอนทำงานกันต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในขณะที่เราคิดภาพท่านทรงงานไม่หยุดหย่อน ซึ่งเรานั้นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่พ่อนั้นได้ทำให้ คือความรู้และความสามัคคี ที่ได้มอบเป็นมรดกที่สำคัญสืบต่อชั่วลูกชั่วหลาน

Greek-sculpture

ประติมากรรมชาวกรีก

ประติมากรรมชาวกรีก (Ancient Greek sculpture) เป็นประติมากรรมของกรีกโบราณในช่วงที่ยังอยู่ในความรุ่งเรืองแบบขีดสุด โดยจากการศึกษาในปัจจุบันนั้นแบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยเก็บรักษาอยู่ใน อนุสาวรีย์ประติมากรรม (Monumental Sculpture) เกือบในทุกช่วงเวลาที่จะพบว่ามีรูปปั้นดินเผาชาวกรีกจำนวนมากพบเห็นได้ทั่วไป ถูกค้นพบและเก็บรักษาไว้อย่างดี ในขณะที่รูปปั้นอื่น ๆ นั้นมีขนาดเล็ก และทำจากวัสดุโลหะ หรือวัสดุอื่น ๆ เป็นหลัก

ประติมากรรมของชาวกรีกโบราณนั้นย้อนกลับไปตั้งแต่ 800 ถึง 300 ปีก่อนคริสตศักราช โดยได้นำแรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากศิลปะของชาวอียิปต์โบราณ และศิลปะตะวันออก และกว่าศตวรรษที่ได้พัฒนาจนกลายเป็นวิสัยทัศน์ของตนเอง ที่สามารถสร้างงานประติมากรรมที่ไม่ซ้ำใคร ในรูปแบบของกรีกเอง ศิลปินชาวกรีกนั้นเก่ง และพัฒนาจนเข้าใกล้จุดสูงสุดของอาชีพ และความสามารถทางศิลปะ ซึ่งสามารถบันทึกเรื่องราวของมนุษย์ไว้ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่านทางรูปปั้นที่ดูราวกับว่ามีชีวิตจริง

Greek-sculpture-image

ด้วยการสร้างผลงานแต่ละชิ้นขึ้นมานั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ศิลปินชาวกรีกมีความเคร่งอย่างมากในเรื่องของความสมดุล สมมาตร โดยทุกรายละเอียดจะต้องถูกสร้างขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นที่พบนั้น เป็นผลงานงดงาม และทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก โดยวัตถุดิบที่ใช้ทำหลัก ๆ ก็คือ หิน และทองแดง เพราะว่ามันทำง่ายได้ง่าย และสามารถคงอยู่ได้ตามกาลเวลานานหลายพันปี

ในช่วงยุคเก่าแก่นั้น ประติมากรรมของกรีกส่วนใหญ่ทำขึ้นจากหินปูน ช่วงกลางศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตศักราชโดยสามารถพบเห็นได้ที่ Thera จนภายหลังที่เริ่มเข้ายุคสัมฤทธิ์ พวกเขาก็เริ่มใช้ทองแดงในการทำอาวุธ รถม้า และรูปปั้น จนกระทั่งเริ่มมีการแกสลักหินอ่อนขึ้นครั้งแรกจากต้นคริสตศักราชศตวรรษที่ 6 ถือว่าเป็นยุคที่เป็นการสร้างอนุสาวรีย์ได้เริ่มขึ้น มีการสร้างรูปปั้นขนาดเท่าคนจริงมากมาย เพื่อใช้ประดับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และสถานที่ทางการทหารที่สำคัญ

โดยหนึ่งในการค้นพบที่สำคัญก็คือรูปปั้นหินขนาดใหญ่ที่มีรูปลักษณแบบมนุษย์ ได้แก่ Kouroi และ Kore โดยอยู่ในท่าทางยืนตรง แขนแนบชิดลำตัว สายตาจ้องไปด้านหน้า โดยปราศจากการแสดงท่าทางบนสีหน้า แต่สิ่งที่น่าทึ่งนั้นอยู่ลึกลงไปอีก นั่นก็คือรายละเอียดเล็กน้อยอย่างเช่น เส้นผม กล้ามเนื้อ และรายละเอียดอื่น ๆ ที่ช่วยหยิบยกให้รูปปั้นนั้นมีความเป็นธรรมชาติ และมีชีวิตชีวา ไม่เหมือนกับรูปปั้นชนิดอื่น ๆ ที่เคยขุดพบก่อนหน้านี้ นับว่าเป็นความงามตามแบบฉบับกรีกที่งดงามและน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก

Mesa-Verde

อุทยานพิศวงแห่งชาติ Mesa Verde

อุทยานแห่งชาติ Mesa Verde ตั้งอยู่ ณ ประเทศอเมริกา เป็นอีกหนึ่งสถานที่อันน่าพิศวงจนองค์การ UNESCO ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง อุทยานอันน่าเหลือเชื่อแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ  Montezuma County รัฐ Colorado ไฮไลท์อันน่าสนใจของอุทยานแห่งนี้ คือ ซากปรักหักผังของบ้านเรือนซึ่งสามารถยืนหยัดท้าทายกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน เป็นบ้านเรือนของกลุ่ม Pueblo ผู้มีเชื้อสายสแปนิชโบราณ พวกเขาเหล่านี้ได้มาสร้างบ้านอาศัยบริเวณนี้ ในช่วงศตวรรษที่13 โดยการสร้างบ้านเรือนไว้ในถ้ำหรือตามใต้หน้าผา

อุทยานแห่งชาติ Mesa Verde สร้างโดยประธานาธิบดี Theodore Roosevelt ปี 1906 ภายในมีพื้นที่ทั้งหมด  52,485 เอเคอร์ จัดเป็นที่เก็บรักษาทางโบราณคดีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ผู้คนรู้จักกันดีสำหรับแหล่งอนุรักษ์ต่างๆ เช่น Cliff Palace โดยสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนหน้าผาอันมีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ

Cliff Palace เป็นซากบ้านเรือนซึ่งยังหลงเหลืออยู่ถึงในปัจจุบัน มันมีขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ คนสแปนิชในสมัยก่อนได้ตั้งชื่อมันว่า Mesa Verde หรือในภาษาอังกฤษแปลว่า Green Table นั่นเอง

การมาเยือนอุทยานแห่งนี้ คุณสามารถทำกิจกรรมได้ตั้งแต่การเดินป่าชมธรรมชาติ ไปจนถึงการค้นพบวัฒนธรรมโบราณอย่างไม่รู้จบ มีสัตว์เลื้อยคลานจำนวนมากรวมถึง 74 ชนิด มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกอีก 200 ชนิด มีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำมากกว่า 1,000 ชนิด รวมทั้งแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ

Mesa-Verde-

ในอุทยานแห่งนี้เต็มไปด้วยที่ราบสูงหินทรายขนาดใหญ่อันมีความสูง 2,600 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งลาดชันไปทางทิศใต้ การพังทลายในช่วงสองล้านปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดหุบเขาลึกเข้าสู่บริเวณราบสูงจนเกิดเป็นถนนแคบๆ การกัดเซาะของน้ำทะเล ก่อให้เกิดช่องว่างและซุ้มประตูขนาดต่างๆในหินทรายของกำแพงหุบเขาเหล่านี้ ด้านบนของบริเวณ Mesas มีดินสีแดงอุดมสมบูรณ์ สภาพภูมิอากาศแห้งแล้ง ทำให้ชีวิตบริเวณนี้รวมทั้งพืชเกิดการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศกึ่งแห้งแล้ง ป่า piñon – juniper เต็มไปด้วยพืชอันมีลักษณะเฉพาะ ส่วนกวางเป็นสัตว์ใหญ่ที่สุดอีกทั้งยังมีหมีน้อย,สิงโตภูเขาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวนมากในสวน ส่วนงูและกิ้งก่ายังคงความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับพวกนก การมาเยี่ยมชม คุณต้องพกน้ำดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการตลอดเวลา มิฉะนั้นอาจขาดน้ำหรือเป็นลมได้ เพราะถ้าจะสำรวจให้หมดต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง

กิจกรรมอันน่าสนใจในอุทยานแห่งชาติ Mesa Verde

  • Bird Watching ดูนก
  • Cross Country Skiing เล่นสกี
  • Evening Campground Programs แคมป์ปิ้งยามเย็น
  • Geologic Views สำรวจธรณีวิทยา
  • Observing Wildlife ชมชีวิตสัตว์ป่า
  • Photography ถ่ายรูป
  • Plant Walks เดินชมความงามของต้นไม้ใบหญ้า
  • Stargazing ดูดาว