Greek-sculpture

ประติมากรรมชาวกรีก

ประติมากรรมชาวกรีก (Ancient Greek sculpture) เป็นประติมากรรมของกรีกโบราณในช่วงที่ยังอยู่ในความรุ่งเรืองแบบขีดสุด โดยจากการศึกษาในปัจจุบันนั้นแบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยเก็บรักษาอยู่ใน อนุสาวรีย์ประติมากรรม (Monumental Sculpture) เกือบในทุกช่วงเวลาที่จะพบว่ามีรูปปั้นดินเผาชาวกรีกจำนวนมากพบเห็นได้ทั่วไป ถูกค้นพบและเก็บรักษาไว้อย่างดี ในขณะที่รูปปั้นอื่น ๆ นั้นมีขนาดเล็ก และทำจากวัสดุโลหะ หรือวัสดุอื่น ๆ เป็นหลัก

ประติมากรรมของชาวกรีกโบราณนั้นย้อนกลับไปตั้งแต่ 800 ถึง 300 ปีก่อนคริสตศักราช โดยได้นำแรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากศิลปะของชาวอียิปต์โบราณ และศิลปะตะวันออก และกว่าศตวรรษที่ได้พัฒนาจนกลายเป็นวิสัยทัศน์ของตนเอง ที่สามารถสร้างงานประติมากรรมที่ไม่ซ้ำใคร ในรูปแบบของกรีกเอง ศิลปินชาวกรีกนั้นเก่ง และพัฒนาจนเข้าใกล้จุดสูงสุดของอาชีพ และความสามารถทางศิลปะ ซึ่งสามารถบันทึกเรื่องราวของมนุษย์ไว้ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่านทางรูปปั้นที่ดูราวกับว่ามีชีวิตจริง

Greek-sculpture-image

ด้วยการสร้างผลงานแต่ละชิ้นขึ้นมานั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ศิลปินชาวกรีกมีความเคร่งอย่างมากในเรื่องของความสมดุล สมมาตร โดยทุกรายละเอียดจะต้องถูกสร้างขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นที่พบนั้น เป็นผลงานงดงาม และทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก โดยวัตถุดิบที่ใช้ทำหลัก ๆ ก็คือ หิน และทองแดง เพราะว่ามันทำง่ายได้ง่าย และสามารถคงอยู่ได้ตามกาลเวลานานหลายพันปี

ในช่วงยุคเก่าแก่นั้น ประติมากรรมของกรีกส่วนใหญ่ทำขึ้นจากหินปูน ช่วงกลางศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตศักราชโดยสามารถพบเห็นได้ที่ Thera จนภายหลังที่เริ่มเข้ายุคสัมฤทธิ์ พวกเขาก็เริ่มใช้ทองแดงในการทำอาวุธ รถม้า และรูปปั้น จนกระทั่งเริ่มมีการแกสลักหินอ่อนขึ้นครั้งแรกจากต้นคริสตศักราชศตวรรษที่ 6 ถือว่าเป็นยุคที่เป็นการสร้างอนุสาวรีย์ได้เริ่มขึ้น มีการสร้างรูปปั้นขนาดเท่าคนจริงมากมาย เพื่อใช้ประดับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และสถานที่ทางการทหารที่สำคัญ

โดยหนึ่งในการค้นพบที่สำคัญก็คือรูปปั้นหินขนาดใหญ่ที่มีรูปลักษณแบบมนุษย์ ได้แก่ Kouroi และ Kore โดยอยู่ในท่าทางยืนตรง แขนแนบชิดลำตัว สายตาจ้องไปด้านหน้า โดยปราศจากการแสดงท่าทางบนสีหน้า แต่สิ่งที่น่าทึ่งนั้นอยู่ลึกลงไปอีก นั่นก็คือรายละเอียดเล็กน้อยอย่างเช่น เส้นผม กล้ามเนื้อ และรายละเอียดอื่น ๆ ที่ช่วยหยิบยกให้รูปปั้นนั้นมีความเป็นธรรมชาติ และมีชีวิตชีวา ไม่เหมือนกับรูปปั้นชนิดอื่น ๆ ที่เคยขุดพบก่อนหน้านี้ นับว่าเป็นความงามตามแบบฉบับกรีกที่งดงามและน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก

Mesa-Verde

อุทยานพิศวงแห่งชาติ Mesa Verde

อุทยานแห่งชาติ Mesa Verde ตั้งอยู่ ณ ประเทศอเมริกา เป็นอีกหนึ่งสถานที่อันน่าพิศวงจนองค์การ UNESCO ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง อุทยานอันน่าเหลือเชื่อแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ  Montezuma County รัฐ Colorado ไฮไลท์อันน่าสนใจของอุทยานแห่งนี้ คือ ซากปรักหักผังของบ้านเรือนซึ่งสามารถยืนหยัดท้าทายกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน เป็นบ้านเรือนของกลุ่ม Pueblo ผู้มีเชื้อสายสแปนิชโบราณ พวกเขาเหล่านี้ได้มาสร้างบ้านอาศัยบริเวณนี้ ในช่วงศตวรรษที่13 โดยการสร้างบ้านเรือนไว้ในถ้ำหรือตามใต้หน้าผา

อุทยานแห่งชาติ Mesa Verde สร้างโดยประธานาธิบดี Theodore Roosevelt ปี 1906 ภายในมีพื้นที่ทั้งหมด  52,485 เอเคอร์ จัดเป็นที่เก็บรักษาทางโบราณคดีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ผู้คนรู้จักกันดีสำหรับแหล่งอนุรักษ์ต่างๆ เช่น Cliff Palace โดยสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนหน้าผาอันมีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ

Cliff Palace เป็นซากบ้านเรือนซึ่งยังหลงเหลืออยู่ถึงในปัจจุบัน มันมีขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ คนสแปนิชในสมัยก่อนได้ตั้งชื่อมันว่า Mesa Verde หรือในภาษาอังกฤษแปลว่า Green Table นั่นเอง

การมาเยือนอุทยานแห่งนี้ คุณสามารถทำกิจกรรมได้ตั้งแต่การเดินป่าชมธรรมชาติ ไปจนถึงการค้นพบวัฒนธรรมโบราณอย่างไม่รู้จบ มีสัตว์เลื้อยคลานจำนวนมากรวมถึง 74 ชนิด มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกอีก 200 ชนิด มีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำมากกว่า 1,000 ชนิด รวมทั้งแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ

Mesa-Verde-

ในอุทยานแห่งนี้เต็มไปด้วยที่ราบสูงหินทรายขนาดใหญ่อันมีความสูง 2,600 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งลาดชันไปทางทิศใต้ การพังทลายในช่วงสองล้านปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดหุบเขาลึกเข้าสู่บริเวณราบสูงจนเกิดเป็นถนนแคบๆ การกัดเซาะของน้ำทะเล ก่อให้เกิดช่องว่างและซุ้มประตูขนาดต่างๆในหินทรายของกำแพงหุบเขาเหล่านี้ ด้านบนของบริเวณ Mesas มีดินสีแดงอุดมสมบูรณ์ สภาพภูมิอากาศแห้งแล้ง ทำให้ชีวิตบริเวณนี้รวมทั้งพืชเกิดการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศกึ่งแห้งแล้ง ป่า piñon – juniper เต็มไปด้วยพืชอันมีลักษณะเฉพาะ ส่วนกวางเป็นสัตว์ใหญ่ที่สุดอีกทั้งยังมีหมีน้อย,สิงโตภูเขาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำนวนมากในสวน ส่วนงูและกิ้งก่ายังคงความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับพวกนก การมาเยี่ยมชม คุณต้องพกน้ำดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการตลอดเวลา มิฉะนั้นอาจขาดน้ำหรือเป็นลมได้ เพราะถ้าจะสำรวจให้หมดต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง

กิจกรรมอันน่าสนใจในอุทยานแห่งชาติ Mesa Verde

  • Bird Watching ดูนก
  • Cross Country Skiing เล่นสกี
  • Evening Campground Programs แคมป์ปิ้งยามเย็น
  • Geologic Views สำรวจธรณีวิทยา
  • Observing Wildlife ชมชีวิตสัตว์ป่า
  • Photography ถ่ายรูป
  • Plant Walks เดินชมความงามของต้นไม้ใบหญ้า
  • Stargazing ดูดาว
Lincoln_

อนุสาวรีย์ Lincoln ประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่

Abraham Lincoln ท่านเป็นชายผู้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนได้กลายมาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านเป็นคนมีความอดทน ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคทั้งหลาย แม้จะเกิดในครอบครัวยากจน แต่ก็ขยันศึกษาความรู้ตลอดเวลา และเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ต่อชีวิตของมนุษย์จำนวนมาก นั่นก็คือ นโยบายยกเลิกทาส ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ท่านจะเสียชีวิตไปแต่ความดีของท่านก็ยังคงถูกจารึกจวบจนถึงปัจจุบัน

อนุสาวรีย์ Lincoln เป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ของ Abraham Lincoln ซึ่งกำลังอยู่ในท่านั่ง โดยมือทั้ง 2 ข้างวางอยู่บนเก้าอี้ รูปปั้นอันทรงคุณค่านี้ แกะสลักโดย Daniel Chester French นักประติมากรชาวอเมริกันซึ่งได้รับการยกย่องและยอมรับมากที่สุดในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 รวมทั้งการผสมผสานด้วยฝีมือของพี่น้อง Piccirilli รูปปั้นแห่งนี้ตั้งอยู่ในอนุสรณ์สถาน Lincoln Memorial โดยใช้เวลาในสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1914-1922 ตั้งอยู่ ณ National Mall หรือสวนสาธารณะใจกลางกรุงWashington, D.C. เมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา อนุสาวรีย์ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1922 อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้รับการจัดอยู่ในสถาปัตยกรรมวิจิตรศิลป์ บวกกับธรรมเนียมอเมริกันแบบ Renaissance

Lincoln-

รูปปั้นของ Abraham Lincoln  มีขนาด 170 ตัน สร้างจากหินอ่อน Georgia สีขาว 28 ก้อน มีความสูงจากพื้น 9.1 เมตรส่วนเก้าอี้และที่พักเท้าขนาด 5.8 เมตร จากแท่นมีความสูง 3.4 เมตร รูปปั้น Abraham Lincoln อยู่ในลักษณะจ้องมองตรงไปข้างหน้า แต่มองต่ำลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญบวกกับความเคร่งขรึม ที่เป็นนิสัยประจำตัวของท่าน เสื้อคลุมไม่ติดกระดุม และมีธงขนาดใหญ่ประดับไว้เหนือแขนเก้าอี้ทั้ง 2 ข้างรวมถึงด้านหลัง ประติมากรผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ มีความตั้งใจเป็นอย่างสูงในการทำมือของ Lincoln  ที่วางอยู่บนแขนเก้าอี้อันมีลักษณะโค้ง นอกจากนี้บริเวณด้านหน้าของแขนเก้าอี้ มีมัดไม้หุ้มขวานซึ่งมีใบขวานโผล่ออกมา มันเป็นสัญลักษณ์อันสื่อถึงการมีอำนาจของผู้ปกครองชั้นสูงแห่งกรุงโรมสมัยโบราณ

นอกจากนี้ความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ ยังใช้เป็นแหล่งชุมนุมทางด้านประวัติศาสตร์ต่างๆ รวมทั้งใช้เป็นสถานที่ในการกล่าวสุนทรพจน์หลายต่อหลายครั้ง อนุสรณ์สถาน Lincoln เปิดให้ผู้สนใจ เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง แนะนำว่าให้พกกล้องกับขาตั้งกล้องมาถ่ายรูปกันด้วย เนื่องจากความสวยงามในตอนกลางคืน มีความแตกต่างจากตอนกลางวัน คุณจะได้พบกับหินอ่อนอันกระทบกับแสงไฟ แลดูมีมนต์ขลังอย่างน่าประหลาด สำหรับคนชอบถ่ายรูปแล้วนับเป็นฉากงดงามอันต้องถ่ายให้ได้ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ประจำการ เพื่อให้ข้อมูลความรู้ต่างๆ ตั้งแต่เวลา 9.30 น. – 23.30 น. ทุกวัน และยังมีบริการพาทัวร์ชมภายในตัวอาคารทุกชั่วโมงอีกด้วย